หลายคนที่เทรดมาสักพักจะเจอสถานการณ์คล้ายกัน คือตั้ง Stop Loss ไว้เรียบร้อยตอนเข้าไม้ แต่พอราคาวิ่งเข้าใกล้จุดนั้นเข้าจริง ๆ มือก็เริ่มสั่น ใจก็เริ่มคิดว่า ขยับออกไปอีกนิดเถอะ เดี๋ยวราคาก็กลับตัว แล้วก็ลากจุด Stop Loss หนีไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายขาดทุนหนักกว่าที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกหลายเท่า
บทความนี้จะไม่พูดถึงว่า Stop Loss คืออะไรหรือต้องตั้งจากอะไรแบบภาพรวม เพราะเรื่องนั้นเราเคยอธิบายไว้แล้ว แต่จะโฟกัสเฉพาะสองเรื่องที่คนเทรดจริงพลาดบ่อยที่สุด คือ ตั้งจุดตรงไหนถึงจะเรียกว่ามีเหตุผล และทำไมการขยับหนีถึงเป็นนิสัยที่ทำลายพอร์ตได้เร็วที่สุด
ตั้ง Stop Loss ตรงไหนถึงเรียกว่ามีเหตุผล
หลักคิดง่าย ๆ ที่ควรจำไว้คือ Stop Loss ไม่ควรตั้งจากตัวเลขที่เรา อยากเสียเท่านี้ แต่ควรตั้งจากจุดที่บอกว่า ถ้าราคาวิ่งมาถึงตรงนี้ แปลว่าสิ่งที่เราคิดไว้ตอนเข้าไม้ผิดแล้วจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเข้าซื้อเพราะเชื่อว่าราคาจะเด้งขึ้นจากแนวรับที่เห็นบนกราฟ จุด Stop Loss ที่สมเหตุสมผลควรอยู่ใต้แนวรับนั้นลงไปอีกเล็กน้อย เพราะถ้าราคาหลุดแนวรับลงมาจริง แปลว่าสมมติฐานที่เราใช้ตัดสินใจเข้าไม้นั้นไม่เป็นจริงแล้ว การถือต่อไปก็ไม่มีเหตุผลอะไรรองรับ
ในทางกลับกัน หลายคนตั้ง Stop Loss จากจำนวนเงินที่รับได้ เช่น กำหนดไว้ว่าขาดทุนได้ไม่เกินห้าร้อยบาทต่อไม้ (เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ) แล้วลากจุด Stop Loss มาตามตัวเลขนั้นโดยไม่สนใจโครงสร้างกราฟเลย ผลคือบางครั้งจุดนั้นอยู่กลางๆ ที่ราคาแกว่งไปมาเป็นปกติ ทำให้โดน Stop Loss บ่อยทั้งที่ทิศทางถูกต้อง เรื่องนี้ต่างจากการบริหารความเสี่ยงแบบ 1-2 เปอร์เซ็นต์ต่อไม้ที่เราเคยพูดถึง เพราะสิ่งที่ต้องทำคือเลือกขนาดล็อตให้เข้ากับระยะ Stop Loss ที่กราฟบอก ไม่ใช่เลือกระยะ Stop Loss ให้เข้ากับจำนวนเงินที่อยากเสีย
สรุปง่าย ๆ คือ จุด Stop Loss ที่ดีต้องมาจากโครงสร้างราคา ไม่ใช่มาจากความรู้สึกว่าเสียเท่าไหร่แล้วสบายใจ
ทำไมการขยับ Stop Loss หนีราคาถึงอันตราย
พอตั้งจุดไว้ดีแล้ว ด่านต่อไปที่ยากกว่าคือการไม่ไปแตะมันอีก เพราะธรรมชาติของคนเราเวลาเห็นราคาใกล้โดน Stop Loss มักจะเกิดความรู้สึกสองแบบสลับกัน คือ เสียดายถ้าปิดตอนนี้แล้วราคากลับตัว กับ กลัวถ้าปล่อยไว้แล้วราคาวิ่งต่อ
ความรู้สึกทั้งสองแบบนี้ทำให้สมองเราพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการขยับ Stop Loss ออกไป เช่น บอกตัวเองว่าให้พื้นที่ราคาอีกนิด หรือรอดูอีกแท่งเทียนก่อน ทั้งที่จริงแล้วเหตุผลที่แท้จริงคือ ไม่อยากยอมรับว่าตัดสินใจผิด
ปัญหาคือเมื่อขยับครั้งแรกสำเร็จแล้วบังเอิญราคากลับตัวจริง สมองจะจดจำว่าวิธีนี้ใช้ได้ผล และจะทำซ้ำในครั้งต่อไปโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นนิสัยที่ฝังลึก ซึ่งอันตรายมากเพราะในระยะยาวจะมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ราคาไม่กลับตัว แล้วไม้นั้นจะขาดทุนหนักจนกระทบพอร์ตทั้งก้อน ทั้งที่ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะเสียแค่เล็กน้อยเท่านั้น
พูดให้ชัดคือ การขยับ Stop Loss หนีราคา ไม่ใช่การบริหารความเสี่ยง แต่คือการเปลี่ยนแผนกลางคันเพราะอารมณ์ล้วน ๆ และนี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนที่วิเคราะห์เก่งแต่พอร์ตไม่โต เพราะจุดอ่อนไม่ได้อยู่ที่การหาจุดเข้า แต่อยู่ที่วินัยตอนราคาไม่เป็นไปตามที่คิด
สิ่งที่ควรทำแทนการขยับหนี
วิธีที่ช่วยได้จริงคือการตัดสินใจทุกอย่างให้เสร็จ ก่อน เข้าไม้ ไม่ใช่ระหว่างที่ถือไม้อยู่ เพราะตอนที่ยังไม่มีเงินจริงติดอยู่ในตลาด สมองเราจะคิดด้วยเหตุผลได้ชัดเจนกว่าตอนที่ราคากำลังวิ่งเข้าใกล้จุดขาดทุน
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยตัดอารมณ์ได้คือการตั้งคำสั่ง Stop Loss ไว้ในระบบทันทีที่เปิดไม้ แทนที่จะคอยเฝ้าหน้าจอแล้วค่อยปิดเองด้วยมือ เพราะถ้าตั้งไว้ในระบบแล้ว เราจะต้องเข้าไปกดยกเลิกหรือขยับเองถึงจะเปลี่ยนได้ ซึ่งมีขั้นตอนมากกว่าการนั่งเฝ้าแล้วใจอ่อนปิดเอง
อีกวิธีหนึ่งคือการจดบันทึกทุกครั้งที่คิดอยากขยับ Stop Loss ว่าคิดแบบนั้นเพราะอะไร แล้วย้อนกลับมาอ่านทีหลังว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร วิธีนี้จะช่วยให้เห็นภาพตัวเองชัดขึ้นว่าการขยับหนีมักจบไม่สวยมากกว่าที่คิด และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจในการปล่อยให้ Stop Loss ทำหน้าที่ของมันต่อไป
สรุปสั้น ๆ ก่อนจบ
จุด Stop Loss ที่ดีต้องมาจากจุดที่บอกว่าแผนเดิมผิดแล้วจริง ๆ ไม่ใช่จากจำนวนเงินที่อยากเสีย และเมื่อตั้งแล้วต้องปล่อยให้มันทำงาน เพราะการขยับหนีคือการเปลี่ยนไม้ที่ควบคุมความเสี่ยงได้ ให้กลายเป็นไม้ที่ไม่มีขอบเขตอะไรเลย
การเทรด Forex และตลาดอื่น ๆ มีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและใช้เงินเท่าที่รับความเสี่ยงได้เท่านั้น
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องการวางแผนก่อนเข้าไม้และการควบคุมอารมณ์แบบนี้ให้ลึกขึ้น ลองแวะมาฟังในสัมมนาฟรีของ Welseminar ดูได้ครับ
_ภาพ: Photo by Christina Morillo on Pexels (https://www.pexels.com/photo/woman-wearing-black-coat-sitting-on-chair-using-computer-1181522/)_



