หลายคนที่เพิ่งเริ่มสนใจเทรด Forex อาจสงสัยว่า เราเทรดคู่เงินอย่าง EUR/USD หรือทองคำ XAU/USD ที่ไม่มีเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แล้วทำไมข่าวค่าเงินบาทแข็งค่า บาทอ่อนค่า ถึงมีคนพูดถึงว่ากระทบคนเทรดด้วย คำตอบสั้นๆ คือ ต้นทุนและกำไรที่แท้จริงของเราวัดเป็นเงินบาท แม้บัญชีเทรดจะเป็นสกุลดอลลาร์ก็ตาม
ทำไมเทรด Forex แต่ต้องสนใจค่าเงินบาท
คนไทยที่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ฝากเงินและถอนเงินเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่เราฝากเงินเข้าไปเทรด เราต้องเอาเงินบาทไปแลกเป็นดอลลาร์ก่อน และทุกครั้งที่ถอนกำไรออกมาใช้จริง เราก็ต้องแลกดอลลาร์กลับมาเป็นบาทอีกครั้ง
จุดนี้แหละที่ค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง เพราะต่อให้เราเทรดเก่งแค่ไหน ได้กำไรเป็นดอลลาร์เท่าไหร่ สุดท้ายมูลค่าที่แท้จริงในชีวิตประจำวันของเรา ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนแลกกลับมาเป็นบาท อัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้นเป็นอย่างไร
พูดง่ายๆ คือ กำไรจากการเทรดกับกำไรที่ใช้ได้จริงในชีวิต อาจไม่เท่ากัน ถ้าค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเวลาที่เราฝากกับถอน
ตัวอย่างสมมติ บาทแข็ง-บาทอ่อน กระทบเงินในกระเป๋าแค่ไหน
ลองดูตัวอย่างสมมตินี้เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น (ตัวเลขทั้งหมดเป็นการสมมติเพื่อการอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนจริง)
สมมติว่าเราฝากเงิน 1,000 ดอลลาร์เข้าบัญชีเทรด ในช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อน เราอาจต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลกจำนวนดอลลาร์เท่าเดิม เท่ากับว่าต้นทุนของเราสูงขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มเทรดด้วยซ้ำ
กลับกัน ถ้าเราเทรดได้กำไรแล้วตั้งใจจะถอนออกมาใช้ แต่ดันเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นมาก กำไรที่เป็นดอลลาร์จำนวนเท่าเดิม เมื่อแลกกลับมาเป็นบาท จะได้จำนวนบาทน้อยลงกว่าที่คาดไว้ แม้ผลการเทรดของเราจะเหมือนเดิมทุกอย่างก็ตาม
นี่คือเหตุผลที่บางคนบอกว่า เทรดกำไรแต่พอแลกเงินกลับมาแล้วรู้สึกว่าได้น้อยกว่าที่คิด ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับฝีมือการเทรดเลย แต่เป็นเรื่องของจังหวะอัตราแลกเปลี่ยนล้วนๆ
ค่าเงินบาทกับราคาทองที่คนไทยเทรด
อีกจุดที่หลายคนมักสับสนคือเรื่องราคาทองคำ คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยกับราคาทองที่ประกาศเป็นบาทจากสมาคมค้าทองคำ แต่เวลาเทรดทองในตลาด Forex เราเทรดราคาทองคำโลกที่อ้างอิงเป็นดอลลาร์สหรัฐ (XAU/USD)
ดังนั้นราคาทองที่เราเห็นในกราฟเทรด กับราคาทองที่ร้านทองหน้าปากซอย จะไม่เท่ากันเสมอไป เพราะมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปลงอยู่ตรงกลาง ถ้าค่าเงินบาทอ่อนลงในช่วงที่ราคาทองโลกทรงตัว ราคาทองในบาทอาจขยับขึ้นได้ และในทางกลับกัน ถ้าบาทแข็งขึ้นแรงๆ แม้ราคาทองโลกจะขึ้น ราคาทองในบาทก็อาจไม่ได้ขึ้นตามไปมากนัก
เข้าใจตรงนี้ไว้จะช่วยให้เราไม่สับสนเวลาเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นในกราฟเทรดกับสิ่งที่เห็นในข่าวราคาทองไทย เพราะมันคือคนละมุมมองที่มีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรแทรกอยู่
สิ่งที่ควรรู้ไว้เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนค่าเงิน
เนื่องจากเราไม่สามารถควบคุมทิศทางค่าเงินบาทได้ สิ่งที่ทำได้คือการวางแผนให้รอบคอบมากขึ้น เช่น ไม่ควรฝากหรือถอนเงินก้อนใหญ่ในช่วงที่ค่าเงินผันผวนรุนแรงโดยไม่จำเป็น และควรติดตามข่าวเศรษฐกิจที่มีผลต่อค่าเงินบาทบ้าง เช่น การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือภาวะเงินทุนไหลเข้าออกของต่างชาติ
อีกแนวทางหนึ่งคือ แยกการคิดเรื่องผลการเทรดกับผลของอัตราแลกเปลี่ยนออกจากกัน เวลาบันทึกผลการเทรด ให้ดูที่ตัวเลขในสกุลดอลลาร์เป็นหลักว่าเราเทรดได้ดีหรือไม่ดีอย่างไร ส่วนเรื่องค่าเงินบาทให้มองแยกเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราควบคุมไม่ได้ จะได้ไม่สับสนว่าพอร์ตแย่ลงเพราะเทรดผิด หรือเพราะค่าเงินเปลี่ยน
สุดท้ายนี้ขอย้ำว่าการเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนของราคาคู่เงินโดยตรง และจากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แทรกอยู่เบื้องหลังโดยที่หลายคนอาจมองข้าม ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนจริงทุกครั้ง
ถ้าอยากเข้าใจเรื่องแบบนี้ให้ลึกขึ้นแบบไม่ต้องงมคนเดียว ลองแวะมาฟังสัมมนาฟรีของ Welseminar ดูได้ เผื่อจะเจอมุมมองที่ช่วยให้วางแผนพอร์ตของตัวเองได้รอบคอบขึ้น
_ภาพ: Photo by Airalo on Unsplash (https://unsplash.com/photos/person-holding-a-smartphone-with-currency-exchange-app-vSb7TaP2EWs?utm_source=fxfriend&utm_medium=referral)_



